นักท่องเที่ยวจีนเมินไทย ทำไมต้องแคร์

นักท่องเที่ยวจีนเมินไทย ทำไมต้องแคร์

จากเหตุโศกนาฎกรรมเรือฟีนีกซ์ล่มกลางทะเลใน จ.ภูเก็ต วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ทำให้มีชาวจีนเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวประเทศไทยลดลงเยอะ ข่าวก็ประโคมว่าประเทศต้องสูญเสียรายได้จำนวนมาก แต่ในความรู่้สึกของใจใครหลายคน ก็ไม่ได้กังวลเท่าไร บางคนดีใจ เอาจริงๆแล้ว เราควรตื่นตระหนกกับข่าวนี้มั้ย ลองศึกษาเศรษฐกิจไทยให้มากขึ้นกันดีกว่า

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เศรษฐกิจพัฒนามาได้ในทุกวันนี้เพราะเงินจากการท่องเที่ยว โดยสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2560 เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวมีสัดส่วนถึง 18.12% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นจำนวนเงิน 2.76 ล้านล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวมีบทบาทต่อเศรษฐกิจของไทยอย่างสูง รายได้จากภาษี 401.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.05% เกิดการจ้างงาน 4.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% ลงทุนภาคการท่องเที่ยว 104.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เห็นได้เลยว่า การท่องเที่ยวมีบทบาทต่อเศรษฐกิจของเรามาก

เมื่อเรารู้แล้วว่า ประเทศเราพึ่งพารายได้การท่องเที่ยวมากขนาดไหน คำถามต่อไปคือ แล้วใครมาเที่ยวบ้านเรา ชัดเจนเลย คนจีนไง พอพูดถึงคนจีน เราอาจจะนึกถึงทัวร์จีนตามวัดพระแก้ว แล้วก็ทัวร์ศูนย์เหรียญ หลายคนคงร้องยี้ตามๆ กัน จนคุณอาจจะเลยเถิดคิดไปว่า กลุ่มคนเหล่านี้แหละที่เสียชีวิตของเรือฟีนิกซ์ล่มที่ภูเก็ต อย่างไรก็ตามมีคนสำรวจมาว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนจีน ที่เดินทางมาเที่ยวเอง ไม่ได้มากับกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งมีการใช้จ่ายค่อนข้างสูง คนกลุ่มนี้แหละที่มาเที่ยวแบบสวยๆ แซ่บๆ ในบ้านเรา

infocraftic-สถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ม.ค.-ก.ย.2561

ใครที่ยังนึกภาพทัวร์จีน อากงอาม่า เรียงแถวเดินตามไกด์ถือธง ให้เปลี่ยนภาพไปได้แล้วจ้า เดี๋ยวนี้กรุ๊ปทัวร์น้อยกว่าแต่ก่อน ปัจจุบันคนจีนที่มาเที่ยวบ้านเรา มักจะมาเอง 60% (FIT – Freedom and Independent Traveler) หาข้อมูลและจองตั๋วเครื่องบิน ที่พักจากอินเตอร์เน็ต มีคุณภาพมากขึ้น โดยมาใช้จ่ายซื้อของในบ้านเราทริปนึงประมาณ 5-7 วัน 5,000-50,000 บาทต่อครั้ง เหลือที่ยังเป็นกรุ๊ปทัวร์อยู่ 40%

จากอินโฟกราฟฟิก สถิตินักท่องเที่ยวขาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เดือนมกราคม-กันยายน 2561 ชาวจีนยังเป็นสปอนเซอร์หลักอยู่ที่ 8,376,049 คน ทำรายได้กว่า 460,395.10 ล้านบาท รองลงมาแบบห่างๆ เป็น ชาวมาเลเซีย 2,869,596 คน มาใช้จ่าย 79,492.18 ล้านบาท อันดับสาม เกาหลีใต้ 1,334,662 คน นำเงินมาให้ 60,640.83 ล้านบาท คนลาว 1,297,248 คนมาเที่ยวไทย ใช้เงิน 32,942.99 ล้านบาท และคนญี่ปุ่น 1,231,267 คน สร้างรายได้ 53,016.76 ล้านบาท

ลำดับของชาวต่างชาติ ที่นิยมมาเที่ยงเมืองไทยยังคงเหมือนปี 2560
infocraftic-สถิตินักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทย ม.ค.-ก.ย.2561

หลังจากเหตุการณ์เรือล่มแล้ว ยังมีเหตุการณ์อื่นๆ ตามมาอีก ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของเรา ไม่ว่าจะเป็น รปภ.สนามบินดอนเมืองทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน จากการไม่จ่าย Tips ค่าทำ Visa on Arrival และไข้เลือดออกแพร่ระบาด สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างมาก จากอินโฟกราฟฟิค สถิตินักท่องเที่ยวขาวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทย ในเดือนกันยายน 2561 นักท่องเที่ยวจีนลดลงกว่า 14.89% รายได้ลดลง 11.49%

ก็ใช่แหละทีี่ชาวจีนทำเรื่องน่าโมโหไว้ ที่ชาวจีนจะสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติของบ้านเรา เก็บเปลือกหอย ทำลายปะการัง ถล่มห้องน้ำ โวยวาย ลัดคิว ต่างๆนานา แต่มันก็คนละประเด็นกับความปลอดภัยทางการเดินและการทำร้ายคนอื่น สิ่งที่น่าสนับสนุนคือ ไทยเที่ยวไทย ลดการพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวของคนต่างชาติลง เช่น โครงการเที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษี ตลอดปี 61 และที่สำคัญคือ แหล่งท่องเที่ยวต้องจำกัดนักท่องเที่ยว และเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย ห้ามไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างในเขตพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมได้ในอีกทางหนึ่ง

ในท้ายที่สุดแล้ว เราก็ยังอยากได้เงินก้อนโตจากนักท่องเที่ยวชาวจีนนั่นแหละ จะไม่สนเลย มันก็ไม่ได้หรอก ถ้าเศรษฐกิจบ้านเรายังพึ่งพาตัวเลขท่องเที่ยวและส่งออกอยู่อย่างนี้ แถมนักท่องเที่ยวจีนก็เป็นแหล่งรายได้หลักของเราด้วย

ที่มา

ลองอ่านเรื่องนี้ด้วยสิ