ขยะไฮเทค ทิ้งไม่คุ้มเสีย ทิ้งให้ถูกวิธี ด้วยหลักการ EPR

ขยะไฮเทค ทิ้งไม่คุ้มเสีย ทิ้งให้ถูกวิธี ด้วยหลักการ EPR

เวลาพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเสีย คุณทำยังไง ทิ้งใช่มั้ยละ ซ่อมไปก็ไม่คุ้ม ไอโฟนออกรุ่นใหม่ ก็เปลี่ยนเครื่องเลยดีกว่า คุณอาจจะคิดว่าจ่ายเงินเพิ่มนิดเดียวได้ของใหม่ แต่ความจริงแล้ว การทิ้งกลับมีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่า ค่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สารอันตรายที่ออกมาปนเปื้อนดิน น้ำอากาศ ค่ารักษาพยาบาล ของคนงานแกะชิ้นส่วน คนงานขุดเจาะหาแร่ ค่าที่ดินที่ต้องฝังกลบส่วนที่เผาไม่ได้ มูลค่าของมันสูงกว่าการผลิตชิ้นใหม่หลายเท่านัก

ประเภทของ ขยะอิเล็กทรอนิกส์

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราทิ้ง รวมไปถึง หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย ที่หมดอายุการใช้งาน ของพวกนี้ เรียกว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Waste: E-waste) โดยสหภาพยุโรป แบ่งผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ออกเป็น 10 กลุ่ม (European Commission, 2003) ซึ่งมี ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนขนาดใหญ่และเล็ก เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น เตารีด อุปกรณ์สารสนเทศและสื่อสาร เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เพื่อความบันเทิง เช่น โทรทัศน์ ชุดเครื่องเสียง อุปกรณ์ให้แสงสว่าง อุปกรณ์ช่าง ของเล่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ ตรวจวัด ไปจนถึงตู้อัตโนมัติ เช่น ตู้หยอดเหรียญเครื่องดื่ม ตู้เอทีเอ็ม

จากการสำรวจขยะอีเล็กทรอนิกส์ที่พบมากที่สุด ที่โรงงานที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์, ไดนาโม และ พาวเวอร์ซัพพลาย ตามลำดับ โดยมักมีสารที่มีมูลค่าเป็นส่วนประกอบ สามารถชุบสารเคมีสกัดเอาตะกั่ว ทองแดง และอะลูมิเนียม ออกมาได้

กระบวนการกำจัดและรีไซเคิลในปัจจุบัน

ตั้งแต่ปี 2560 หลังจากจีนได้ยกเลิการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะสินค้าไฮเทคจากอเมริกาและสหภาพยุโรปก็เริ่มกระจายไปสู่ประเทศโลกที่สาม ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศ ที่พบการลักลอบนำเข้าขยะพิษเหล่านี้ แอบมาในตู้คอนเทนเนอร์ ผ่านการสุ่มตรวจของกรมศุลกากร

เดาไม่ยากเลยว่าขยะไฮเทคนี้จะไปจบชีวิตที่ไหน แหม่ ในประเทศไทยจะมีโรงงานคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับใบอนุญาตจริงๆจังๆ สักกี่โรง เรื่องราวความเลวร้ายมันก็ต้องฉายภาพไปที่ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง หรือโรงงานคัดแยกขยะทั่วไป สินค้าไฮเทคก็จะถูกปอกลอกทรัพย์สินอันมีค่า ทอง ทองแดง ตะกั่ว อะลูมิเนียม พอเหลือแต่ซากก็จะต้องเอาไปบดและทิ้งในบ่อฝังกลบ แต่ศพจะไม่สวยขนาดนั้น มันจะถูกเอาไปทิ้งในที่รกร้าง พอส่งกลิ่นเหม็น หรือพบสารตะกั่วในร่างกายเด็ก ก็จะออกข่าวให้รับรู้ทั่วไปกันทีหนึ่ง

ผลกระทบ

ในบ้านเรา ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ถูกทิ้งจะถูกนำไปแยกชิ้นส่วน ขายได้ กับ ขายไม่ได้ ผ่านขั้นตอน ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เช่น เผาสายไฟ แผ่นวงจร ทำลายจอโทรทัศน์ แยกชิ้นส่วนคอมเพสเซอร์แอร์ เทน้ำมันหล่อเย็นลงพื้น ใช้สารอันตรายในการสกัด เป็นต้น ก่อให้เกิดสารปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ เช่น ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี ส่งผลเสียสุขภาพของคนงานที่คัดแยกโดยตรง ลอยปะปนของฝุ่นในอากาศ ส่งกลิ่นเหม็น สูดดมสารตะกั่ว ฝนตกชะสารพิษลงสู่ดิน พืชผักที่กินเข้าไปก่อสารมะเร็งสะสมในร่างกายของพวกเราทุกคน ส่งผลต่อมาในทางเศรษฐกิจ เสียค่ารักษาพยาบาลให้คนในชุมชนกำจัดขยะพิษ เป็นต้น

แนวทางแก้ไขด้วยหลักการ EPR

ในต่างประเทศได้ใช้หลักการความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) มากำกับเป็นกฎหมาย กำหนดความรับผิดชอบของผู้ผลิตและผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ ด้านการเงินและกายภาพในการจัดระบบรับคืน รวบรวม ขนส่ง รีไซเคิลและกำจัดซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นแนวคิดนำไปสู่ ร่างพรบ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่น พ.ศ. …

สาระสำคัญของกฎหมายนี้คือ มีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดการซากผลิตภัณฑ์ อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้บริโภค ท้องถิ่นและผู้จัดจำหน่าย ผู้ผลิตและผู้นำเข้า ทั้งนี้ภาครัฐจะเป็นผู้กำหนดเป้าหมายที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องดำเนินการ กรมควบคุมมลพิษจัดตั้งศูนย์ข้อมูลซากผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นศูนย์กลางของข้อมูลและประสาน

การรวบรวมจัดเก็บซากผลิตภัณฑ์ กำหนดให้เป็นหน้าที่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีโดยจะดำเนินการเองหรือให้เอกชนทำ ร้านจัดจำหน่าย ต้องจัดบริการรับคืนซากผลิตภัณฑ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนซาเล้งและพ่อค้ารับซื้อของเก่า สามารถขึ้นทะเบียนเป็น เครือข่ายรับคืนซากผลิตภัณฑ์ ได้เช่นกัน

ผู้ประกอบขนส่งดำเนินการขนส่งไปยังโรงงานรีไซเคิลที่ขึ้นทะเบียนไว้ โดยกระบวนการทั้งหมด ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน และต้องรายงานผล นำเสนอเป้าหมายและแผนการพัฒนาด้วย ทั้งนี้ยังให้มีการทบทวนการดำเนินงานเมื่อครบ 5 ปี

กฎหมายนี้จะช่วยส่งเสริมให้ขยะอันตรายเหล่านี้ ถูกนำไปกำจัดและรีไซเคิล สู่กระบวนการที่ถูกต้อง ผลักดันให้ผู้ผลิตเป็นผู้จ่ายแทนภาษีของพวกเรา ทั้งยังช่วยผันซาเล้งและพ่อค้ารับซื้อของเก่า จากผู้แยกชิ้นส่วน เป็นผู้รวบรวม เพื่อลดปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังป้องกันประเทศพัฒนาแล้ว ส่งขยะมายังบ้านเรา โดยอาศัยช่องว่างของประเทศที่ไม่มีกฎหมายและระบบการจัดการรองรับอีกด้วย

จากนี้ไป เราทุกคนไม่เพียงแต่มีหน้าที่ช่วยกัน ติดตาม ร่างพรบ.นี้ให้เกิดขึ้น ยังต้องเฝ้าระวังสาระสำคัญของกฎหมายไม่ให้ถูกบิดเบือน แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ช่วยกันลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ลดการซื้อที่ไม่จำเป็น รักษาอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และใช้ให้ถูกวิธี เรียกร้องการจำกัดที่ถูกวิธี เพราะเงินในกระเป๋าเราไม่ควรเสียไปกับค่าขยะเหล่านี้เลย

ที่มา

เอกสารประกอบการเสวนาวิชาการเรื่อง ขยะอิเล็กทรอนิกส์ จัดการอย่างไรให้ปลอดภัย ? วันที่ 12 june 2558 จัดโดยสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แนวคิดร่างกมขยะอิเล็กทรอนิกส์
สถานการณ์ขยะอิเล็กทรอนิกส์
ลองอ่านเรื่องนี้ด้วยสิ