Let’s go to the beach ก่อนเมืองไทยจะไม่มีชายหาด

Let’s go to the beach ก่อนเมืองไทยจะไม่มีชายหาด

ทะเลมักเป็น choice แรก ในวันหยุด ของใครหลายๆ คน แต่ไม่ต้องง ถ้าไม่กี่ก้าว เท้าก็แช่น้ำ ไปกี่ทีชายหาดก็สั้นลงๆ ทุกที โดยธรรมชาติ ทรายจะถูกพัดออกและจะกลับมา say hello ใหม่ในอีกฤดู แต่ทว่า พวกเราเองนี่แหละ มีส่วนขัดขวางให้ทรายเหล่านั้นกลับบ้านไม่ได้ ตอนนี้หาดทรายได้ถูกกัดเซาะไปมากแล้ว จนพวกเราไม่อาจเมินเฉยอีกต่อไป

สถานการณ์ปัจจุบัน

ไทยประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ทั้งสองฝั่ง ด้านอ่าวไทยและด้านอันดามัน อัตราเฉลี่ยมากกว่า 5.0 เมตร/ปี28 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ชายฝั่งบางขุนเทียนถูกน้ำกัดเซาะหายไปเป็นระยะทางกว่า 800-1,000 เมตร

สาเหตุ

โดยธรรมชาติ ทรายจะถูกพัดพาออกจากชายหาดในฤดูหนึ่ง และนำทรายจากใต้ท้องทะเลมาทับถมแทนที่อีกฤดูหนึ่งตามธรรมชาติ โดยมีลมพายุ คลื่นแรง ทิศทางของคลื่น และกระแสน้ำ น้ำขึ้นน้ำลงเป็นตัวพัดพาตะกอนออกไป และกลับเข้ามา

แต่…

จากการกระทำของมนุษย์เข้าไปแทรกแซงกระบวนการธรรมชาติ ทำให้เกิดการกัดเซาะเร็วขึ้น ขัดขวางไม่ให้ตะกอนไปทับถมชดเชยที่เดิม การสร้างเขื่อน การตักหรือดูดดินเลน ตะกอนทรายในบ่อกุ้ง ปากแม่น้ำไปใช้ประโยชน์ การดูดน้ำบาดาล รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์ในภาคเศรษฐกิจ ขัดขวางการทับถมของตะกอน และทำให้พื้นที่ลาดชันยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น ถนน ทางรถไฟเลียบชายหาด ขวางตะกอนจากบนบกสู่ชายหาด คอนโดมิเนียม บ้านพักตากอากาศติดริมทะเล รุกล้ำชายหาด เป็นการพัฒนาพื่นที่ไม่เหมาะสม ไม่คำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ การทำลายป่าชายเลน เพื่อเปลี่ยนเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ทำให้ที่ดินกัดเซาะง่ายขึ้น นอกจากนี้การถมทะเลสร้างท่าเรือน้ำลึก กีดขวางการพัดพาของกระแสน้ำ ทิศทางคลื่นเปลี่ยนแปลง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกีดขวาง ไม่มีพื้นที่ให้ทรายและตะกอนกลับมาทับถม จึงจมหายไปในทะเลในที่สุด

มาตราการป้องกัน ชายหาด

มาตรการโครงสร้างแบบอ่อน (Soft Solution)

  • การกำหนดระยะร่นถอย (Setback)เพื่อลดความเสียหาย และงดการก่อสร้างเพิ่มเติม
  • การเติมทราย (Beach Nourishment) การนำทรายจำนวนมากมาถมบริเวณ ที่ถูกกัดเซาะ
  • การสร้างเนินทราย (Dune Nourishment) การนำทรายจำนวนมากมาถมบริเวณ ที่ถูกกัดเซาะ ทำเป็นเนินขึ้นและปลูกพืชเสริมเข้าไป เพื่อดักทรายที่พัดเข้าฝั่ง
  • การปลูกป่าชายเลน (Mangrove Afforestation) ป้องกันลมและคลื่นปะทะกับแผ่นดินโดยตรง ทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัย และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ

มาตรการโครงสร้างแบบแข็ง (Hard Solution)

เช่น กำแพงกันคลื่น กำแพงกันคลื่นแบบเอียง กองหินกันคลื่น เขื่อนหินทิ้ง และแนวหินทิ้ง คันดักตะกอน ไม้ไผ่กันคลื่น ไส้กรอกทราย

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตจากนักวิชาการอีกเช่นเดียวกันว่า โครงสร้างแข็งจะปิดกั้นการพัดพาทรายมาทับถมหาด เมื่อเจอแรงปะทะ ทรายจะกัดฐานของกำแพงต่อไป ให้หาดยิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ จนต้องทำกำแพงสุดชายหาด

จะเห็นได้ว่า ด้วยไม่ตั้งใจของเรา ที่อยากเดินสวยๆ ออกจากบ้านหรูริมทะเล ตื่นมาสองก้าวเท้าถึงหาด หรือการสร้างท่าเรือ บ่อกุ้ง เม็ดเงินทางเศรษฐกิจ บนทะเลเวิ้งว้าง และความตั้งใจดีที่จะกันคลื่นลมแรงกัดเซาะหาดทราย ได้ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง จนต่อไปอาจทำได้เพียงเป็นคนอกหักยืนเหม่อมอง ทรายที่ไม่อาจกลับมาขอคืนดีได้ แต่ก็ยังไม่สายหากเราจะทำตัวใหม่ ช่วยกันไม่สนับสนุนการสร้างสิ่งแปลกปลอมบนหาดทราย หรือริมชายฝั่ง และส่งเสริมการกำจัดสิ่งเหล่านั้น ปล่อยให้ธรรมชาติรักษาตัวมันเอง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อใคร ก็เพื่อตัวเราเอง

ที่มา

ลองอ่านเรื่องนี้ด้วยสิ