ครองความสด คงความสะอาด ด้วยการแช่อาหารในตู้เย็นให้ถูกวิธี

ครองความสด คงความสะอาด ด้วยการแช่อาหารในตู้เย็นให้ถูกวิธี

เทรนด์สุขภาพกำลังมา นอกจาก Clean Food แล้ว ความสดใหม่ ความสะอาดก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง ตัวช่วยสำคัญคงหนีไม่พ้นตู้เย็น เราขอแชร์เทคนิคการคงความสดสะอาดให้อาหาร และใช้ตู้เย็นไปได้นานๆ

อย่าลืมว่า ตู้เย็นช่วยยืดอายุอาหาร แต่ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคในอาหารได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอาหาร ว่าเสียง่ายมั้ย นำไปแช่ในช่องไหน หากนำไปไว้ช่องฟรีสเชื้อโรคจะหยุดโตได้ พอเอาออกมาก็จะเติบโตต่อได้

ใครจะรู้ว่า มีเชื้อโรคที่ชอบอยู่ในตู้เย็น อาจพบได้ในนมที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อโรค ผักไม่ได้ล้าง เนื้อดิบๆ อาจทำให้เราเป็นโรคลิสทีเรีย (Listeria) มีอาการปวดหัว เป็นไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หากกำลังตั้งครรภ์ อาจเกิดภาวะแท้ง หากเป็นเด็ก คนชรา ผู้ป่วยโรคเอดส์ อาจอันตรายถึงชีวิตได้

โรคลิสทีเรียเกิดจากเชื้อลิสทีเรียหรือโมโนไซโดจิเดส (Monocytogenes) สามารถพบได้ในดิน ขยะ น้ำเน่า อาหารสัตว์ ทางเดินอาหารของสัตว์ปีก วัว หมู แกะ ปลา หอย อาหารแช่แข็ง เติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ลิสทีเรียยังเติบโตได้ในอุณหภูมิ 2-45 องศา โดยมีค่าความเป็นกรดด่าง 5.6-9.8

ส่วนเชื้อโรคอื่นๆ จะเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิห้องมากกว่า แต่หากไฟดับ แล้วเกิดความชื้น อาจจะเกิดเชื้อราในภาชนะใส่อาหารได้ เพราะเชื้อราชอบที่อุ่นๆ ชื้นๆ

ตู้เย็นโดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ช่อง ช่องธรรมดากับ ช่องแช่แข็ง

ช่องแช่แข็ง

อุณหภูมิประมาณ -18 องศา จึงสามารถทำน้ำแข็งได้ ไว้เก็บอาหารที่ต้องการเก็บนานๆ เช่น ผลไม้ เนื้อสัตว์ ขนมปัง เชื้อราจะได้ไม่ขึ้น

ช่องธรรมดา

โดยแต่ละชั้นความเย็นจะไม่เท่ากัน (ดูได้จาก ในอินโฟกราฟฟิค)
ช่องที่เย็นที่สุดคือ ช่องลิ้นชักด้านล่างสุด ตามกฎของความเย็นลอยลงต่ำ ความชื้นจะวนอยู่ในนี้ เป็นไอน้ำ เหมาะกับการแช่ผักผลไม้ ช่วยให้ไม่เหี่ยวเร็ว โดยตู้เย็นบางรุ่นสามารถปรับความชื้นบริเวณนี้ได้

ช่องใต้ช่องฟรีสที่มีฝาปิด เป็นช่องที่มีความเย็นรองลองมา สามารถเก็บเนื้อสัตว์ ไส้กรอก แฮมได้

ช่องที่อยู่ถัดลงมา เป็นช่องที่อุ่นที่สุด ไว้แช่ของที่ไม่ต้องการความเย็นมาก เช่น น้ำผลไม้ โยเกิร์ต ไข่ หรือผลไม้ที่ไม่ต้องการความชื้น เปลือกแข็งๆ เช่น แอปเปิ้ล และช่องล่างๆ ถัดไป จะมีความเย็นขึ้นเรื่อยๆ

ฝาตู้เย็น จะร้อนกว่าด้านใน ประมาณ 1-2 องศา วางน้ำเย็น ขนมปังหรือเนยได้ ตู้เย็นบางรุ่นจะมีช่องใส่เนยและชีส หากไม่มี ควรเก็บเนยไว้ในกล่อง ไม่งั้นอาจจะดูดกลิ่นเหม็นๆ กลิ่นกระเทียมเก็บไว้ และโดยปกติมักจะมีช่องใส่ไข่ สามารถวางไข่ได้ แต่หากเป็นไข่ที่ซื้อมาเป็นกล่อง ไข่ต้องความเย็นพอสมควร จึงเหมาะกว่าหากแช่ช่องที่อุ่นสุดด้านใน ตามที่ได้เขียนไว้ข้างต้น นมก็เช่นกัน นมต้องแช่ช่องเย็นๆ ไม่งั้นจะหมดอายุก่อนกำหนด


การแช่ของในตู้เย็น

โดยทั่วไปอาหารที่แช่ตู้เย็น ควรจะห่อด้วยฟิล์มพลาสติก ถุงพลาสติก กระดาษหนังสือพิมพ์ หรืออย่างน้อยควรใส่กล่อง มิฉะนั้นผิวจะแห้งไปเรื่อยๆ ห่อไว้จะคงคุณภาพไว้ได้ ป้องกันการถ่ายเทความสกปรก ยิ่งหากตู้เย็นเป็นชั้นตะแกรง ควรคำนึงถึงด้วยว่า ของสกปรกควรวางไว้ต่ำสุด

การแช่ผัก

ผักแต่ละชนิดควรแยกเก็บใส่ถุงแห้งและสะอาด ผักสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามระยะเวลาการเน่าเสีย

กลุ่มแรก เน่าเสียได้ง่าย ได้แก่ เห็ด ผักชี ผักกาดหอม ถั่วงอก ผักบุ้ง ชะอม แช่ตู้เย็นแล้วสามารถเก็บได้นานขึ้น 5-7 วัน

กลุ่มที่สอง เก็บได้ในเวลาจำกัด ผักกาดขาว ผักคะน้า มะเขือเทศ และผักอื่น ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 7-8 องศา จะเก็บได้นานขึ้น

กลุ่มสุดท้าย กลุ่มที่เก็บได้นาน เช่น ฟัก เผือก มัน ฟักทอง ถ้าเก็บในช่วงสั้นๆ ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น หากใช้บางส่วนแล้วเหลือ แช่ตู้เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนแช่ต้องให้รอยตัดแห้งเสียก่อน

ประเภทหัว แครอท หัวผักกาด ควรตัดใบออกให้หมดก่อน เพื่อไม่ให้ความหวานในผักลดลง

การแช่ผลไม้

ใส่ในถุง / กล่อง เพื่อคงความชุ่มชื้นของผิว ป้องกันการสุกตามกัน

การแช่เนื้อ

เนื้อ ไส้กรอก แฮมควรอยู่ในถุงหรือภาชนะที่ปิดมิดชิด เนื่องจากในเนื้อยังมีน้ำอยู่ หากน้ำจากเนื้อหกเลอะอาหารอื่น จะเป็นต้นกำเนิดของเชื้อลิสทีเรียได้


การทำความสะอาดตู้เย็น

มีอะไรหกเลอะเทอะ ควรเช็ดทำความสะอาดทันที โดยไม่ควรใช้ผ้าขีริ้ว เช็ดแล้วทิ้ง แต่ละเดือน เราควรฆ่าเชื้อในตู้เย็นด้วยน้ำยาซักผ้าขาว หรือ น้ำส้มสายชู หรือ เบคกิ้งโซดา 1 ช้อน / น้ำ 1 ลิตร ตอนทำความสะอาดไม่จำเป็นต้องเอาของออกจากตู้เย็นหมดแล้วค่อยเช็ด เพราะอาจทำให้ของเน่าเสียได้


การดับกลิ่นในตู้เย็น

  1. 1. ถ่านหุงต้ม ใส่ถ้วยวางไว้
  2. 2. หากกลิ่มเหม็นมากหน่อย ใช้เบคกิ้งโซดา ใส่ถ้วยวางไว้
  3. 3. เบคกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชู ขัดด้านในให้ทั่ว นำส่วนผสมวางไว้ด้านล่าง
  4. 4. มะนาวครึ่งลูก หากเป็นตู้เย็นขนาดใหญ่ อาจใช้ทั้งลูกผ่าครึ่ง
  5. 5. กระดาษหนังสือพิมพ์พรมน้ำเล็กน้อย ช่วยดับกลิ้นได้บางส่วน
  6. 6. กากใบชาห่อผ้าหรือใส่ถ้วย ปริมาณขึ้นกับความแรงของกลิ่น

ที่มา

ลองอ่านเรื่องนี้ด้วยสิ